ประกันรถยนต์ชั้น 2 ปี 2026 เปรียบเทียบราคาทุกบริษัท ครอบคลุมอะไรบ้าง

คุ้มครองรถตัวเองกรณีไฟไหม้ ลักทรัพย์ และบุคคลที่สาม ไม่รวมชนกับยานพาหนะ เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับรถที่มีความเสี่ยงด้านไฟไหม้และการโจรกรรม แต่ขับขี่น้อยและไม่ค่อยมีโอกาสชนรถอื่น

ความคุ้มครองประกันรถยนต์ชั้น 2

  • คุ้มครองรถตัวเองกรณีไฟไหม้
  • คุ้มครองรถตัวเองกรณีลักทรัพย์
  • คุ้มครองความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินบุคคลที่สาม
  • ค่ารักษาพยาบาลผู้ขับขี่กรณีอุบัติเหตุ
  • ไม่คุ้มครองรถตัวเองกรณีชนกับยานพาหนะ
  • ไม่คุ้มครองภัยธรรมชาติ (ซื้อเพิ่มเติมได้)

เปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ชั้น 2ทุกบริษัท

Roojai

ซื้อออนไลน์ ราคาถูก เคลมง่าย 24 ชั่วโมง

8/10
430 รีวิว
เบี้ยประมาณ/ปี
3,5009,000
บาท
ดูราคา Roojai
จุดเด่น
  • เบี้ยประหยัด เหมาะรถจอดนาน
  • คุ้มครองลักขโมยและไฟไหม้
  • ซื้อออนไลน์ง่าย
เหมาะกับ
  • รถที่จอดทิ้งนานไม่ได้ขับประจำ
  • กังวลเรื่องโจรกรรมหรือไฟไหม้เป็นหลัก
  • รถเก่าอายุ 10 ปีขึ้นไปที่ยังมีมูลค่าพอสมควร
วิริยะ

ประกันรถยนต์ชั้นนำของไทย เน้นบริการเคลมรวดเร็ว

8.2/10
680 รีวิว
เบี้ยประมาณ/ปี
4,00010,000
บาท
ดูราคา วิริยะ
จุดเด่น
  • แบรนด์น่าเชื่อถือ
  • อู่ในเครือกว้าง
  • บริการหลังการขายดี
เหมาะกับ
  • รถจอดที่มีความเสี่ยงโจรกรรมสูง
  • ต้องการแบรนด์น่าเชื่อถือในราคาประหยัด
  • รถเก่าอายุ 10+ ปีที่ยังมีมูลค่า

ใครเหมาะกับประกันรถยนต์ชั้น 2

  • เจ้าของรถที่จอดรถในพื้นที่เสี่ยงโจรกรรมหรือมีความเสี่ยงไฟไหม้สูง
  • ผู้ที่ใช้รถน้อยและขับขี่ในพื้นที่ที่ไม่หนาแน่น มีโอกาสชนน้อย
  • เจ้าของรถอายุ 7-12 ปีที่ต้องการความคุ้มครองเฉพาะบางกรณีในราคาประหยัด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันรถยนต์ชั้น 2

ชั้น 2 กับชั้น 2+ ต่างกันอย่างไร?

ทั้งสองประเภทคุ้มครองรถตัวเองกรณีไฟไหม้และลักทรัพย์เหมือนกัน แต่ชั้น 2+ เพิ่มความคุ้มครองรถตัวเองกรณีชนกับยานพาหนะอื่นด้วย ในขณะที่ชั้น 2 ไม่มีส่วนนี้ ชั้น 2 จึงมีราคาถูกกว่าชั้น 2+ แต่ให้ความคุ้มครองน้อยกว่า ปัจจุบันชั้น 2+ ได้รับความนิยมมากกว่าชั้น 2 เนื่องจากความคุ้มครองที่ครอบคลุมกว่า

ชั้น 2 เหมาะกับใคร?

ชั้น 2 เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองกรณีไฟไหม้และลักทรัพย์เป็นหลัก เช่น ผู้ที่จอดรถในพื้นที่เปิดโล่งหรือเสี่ยงโจรกรรม แต่ขับขี่น้อยและไม่ค่อยชนรถ รถที่มีอายุ 7-12 ปีและยังมีมูลค่าพอสมควร อย่างไรก็ตาม หากต้องขับรถบ่อย แนะนำให้พิจารณาชั้น 2+ หรือ 3+ แทนเพื่อความคุ้มครองที่ดีกว่า