ประกันชั้น 1 ราคาเท่าไหร่ 2026 อะไรทำให้เบี้ยต่างกัน
ดูช่วงเบี้ยจริงจากข้อมูลแผน พร้อมวิธีอ่านเงื่อนไข ทุนประกัน ประเภทซ่อม อู่ในเครือ และข้อยกเว้นก่อนเปรียบเทียบ
ประกันชั้น 1 ราคาเท่าไหร่ใน 2026
- จากข้อมูลแผนที่มี ประกันชั้น 1 ราคาโดยประมาณอยู่ที่ 8,000-35,000 บาทต่อปี ขึ้นกับบริษัท ประเภทรถ รุ่นรถ อายุรถ ทุนประกัน ประวัติการขับขี่ พื้นที่ใช้งาน ค่าเสียหายส่วนแรก และเงื่อนไขรับประกันของแต่ละบริษัท
- ตัวอย่างช่วงเบี้ยจากข้อมูลแผน ได้แก่ Roojai ชั้น 1 ประมาณ 8,000-25,000 บาทต่อปี วิริยะชั้น 1 ประมาณ 9,000-30,000 บาทต่อปี AXA ชั้น 1 ประมาณ 9,000-28,000 บาทต่อปี และกรุงเทพประกันภัยชั้น 1 ประมาณ 10,000-35,000 บาทต่อปี
- ชั้น 1 มักถูกพิจารณาเมื่อให้ความสำคัญกับความเสียหายรถตัวเองในหลายสถานการณ์ รวมถึงไฟไหม้ ลักทรัพย์ และความรับผิดต่อบุคคลที่สาม อย่างไรก็ตาม ทุกแผนมีเงื่อนไข ข้อยกเว้น และขั้นตอนพิจารณาค่าสินไหมตามกรมธรรม์
- เบี้ยที่ต่ำกว่าไม่ได้แปลว่าเงื่อนไขเหมือนกันทั้งหมด การเปรียบเทียบต้องดูทุนประกัน ประเภทซ่อม เครือข่ายอู่ ช่องทางเคลม ค่าเสียหายส่วนแรก และข้อจำกัดบริการร่วมกัน
- InsureGuru ไม่ใช่นายหน้าประกันภัยและไม่ได้เป็นผู้เสนอขายกรมธรรม์ เราให้ข้อมูลเปรียบเทียบเพื่อการศึกษาเท่านั้น การตัดสินใจทำประกันภัยควรปรึกษาตัวแทนหรือนายหน้าที่ได้รับใบอนุญาตจาก คปภ.
อะไรทำให้เบี้ยชั้น 1 แต่ละคันไม่เท่ากัน
ประกันชั้น 1 ราคาไม่เท่ากันเพราะบริษัทประกันประเมินความเสี่ยงของรถและเงื่อนไขกรมธรรม์แตกต่างกัน แม้เป็นรถยี่ห้อเดียวกัน เบี้ยอาจเปลี่ยนเมื่อปีจดทะเบียน รุ่นย่อย มูลค่ารถ หรือประเภทการซ่อมไม่เหมือนกัน
ฝั่งตัวรถมีผลโดยตรงต่อการตั้งเบี้ย เช่น ยี่ห้อ รุ่น ปีจดทะเบียน มูลค่ารถ ค่าอะไหล่ ความยากง่ายในการซ่อม และสถิติความเสี่ยงของรุ่นรถ หากรถบางรุ่นมีค่าอะไหล่สูงหรือมีสถิติเคลมมาก อัตราเบี้ยที่บริษัทใช้พิจารณาอาจสูงกว่ารถที่ซ่อมง่ายและอะไหล่หาได้ทั่วไป
รายละเอียดความคุ้มครองก็ทำให้ราคาเปลี่ยนได้เช่นกัน ทุนประกันที่สูงขึ้น ประเภทซ่อม เงื่อนไขซ่อมห้างหรือซ่อมอู่ ความคุ้มครองไฟไหม้ ลักทรัพย์ น้ำท่วม อุบัติเหตุส่วนบุคคล และวงเงินบุคคลที่สาม ล้วนต้องตรวจจากใบเสนอราคาและกรมธรรม์จริง
ในข้อมูลแผนที่มี ระบุวงเงินบุคคลที่สาม 10 ล้านบาทสำหรับ Roojai ชั้น 1 ส่วนวงเงินของบริษัทอื่นในชุดข้อมูลนี้ไม่ได้ระบุตัวเลข จึงต้องตรวจจากเงื่อนไขของแต่ละบริษัท ไม่ควรสรุปว่าทุกแผนให้วงเงินเท่ากันเพียงเพราะเป็นประกันชั้น 1
ข้อมูลผู้ขับขี่และลักษณะการใช้งานเป็นอีกกลุ่มปัจจัยที่ทำให้เบี้ยเปลี่ยนได้ ประวัติการเคลม การระบุชื่อผู้ขับขี่ การใช้งานส่วนบุคคลหรือเชิงพาณิชย์ พื้นที่ใช้งาน และลักษณะที่จอดรถ อาจมีผลต่อการรับประกันและราคา
ค่าเสียหายส่วนแรกเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ราคาในใบเสนอราคาต่างกัน แผนที่มีค่าเสียหายส่วนแรกอาจมีเบี้ยลดลงในบางกรณี แต่เมื่อเกิดเคลมตามเงื่อนไขที่กำหนด ผู้เอาประกันอาจต้องร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตามกรมธรรม์
การดูเบี้ยเพียงตัวเลขเดียวจึงอาจทำให้เทียบผิด เบี้ยที่ต่ำกว่าอาจมาพร้อมข้อจำกัดบางด้าน เช่น ช่องทางบริการ เครือข่ายอู่ เงื่อนไขรับประกัน หรือขั้นตอนเคลมที่แตกต่างจากอีกบริษัท
ตรวจว่าราคารวมภาษี อากร และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องแล้วหรือไม่ หากไม่มีข้อมูลต้องอ้างอิงช่องทางและบริษัทที่ออกใบเสนอราคา
เทียบทุนประกันพร้อมประเภทซ่อม เพราะราคาใกล้กันอาจต่างกันที่ซ่อมห้าง ซ่อมอู่ หรือเงื่อนไขอู่ในเครือ
ดูประวัติการเคลมและเงื่อนไขผู้ขับขี่ เพราะรถรุ่นเดียวกันแต่ข้อมูลผู้ขับต่างกัน เบี้ยอาจไม่เท่ากัน
อ่านค่าเสียหายส่วนแรกให้ครบ โดยเฉพาะกรณีเคลมไม่มีคู่กรณีหรือกรณีที่กรมธรรม์ระบุให้ร่วมจ่าย
ตรวจข้อจำกัดบริการ เช่น สาขา ช่องทางเคลม แอปพลิเคชัน และจำนวนอู่ในเครือ ก่อนสรุปว่าราคาหนึ่งถูกกว่าอีกแผนอย่างมีนัยสำคัญ
เทียบช่วงเบี้ยและเงื่อนไขชั้น 1 จากบริษัทต่าง ๆ
ตารางนี้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบเพื่อการศึกษา ไม่ใช่การเสนอขายหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคล ช่วงเบี้ยจริงต้องอ้างอิงใบเสนอราคา เงื่อนไขรับประกัน และข้อมูล ณ วันที่ทำรายการ
ตัวเลขด้านล่างใช้เฉพาะข้อมูล PLAN FACTS ที่มีในบทความนี้ จึงเหมาะสำหรับดูกรอบราคาและเงื่อนไขเด่นของแต่ละบริษัท ก่อนตรวจรายละเอียดจากเอกสารกรมธรรม์และใบเสนอราคาจริง
| บริษัทและแผน | ช่วงเบี้ยประมาณต่อปี | ความคุ้มครองหลัก | จุดเด่นจากข้อมูลแผน | ข้อจำกัดที่ต้องตรวจสอบ |
|---|---|---|---|---|
| Roojai ประกันชั้น 1 | 8,000-25,000 บาท | ความเสียหายรถตัวเองตามเงื่อนไข คุ้มครองบุคคลที่สาม 10 ล้าน ไฟไหม้ ลักทรัพย์ | ซื้อออนไลน์ได้ ไม่ต้องผ่าน agent ราคาโปร่งใส เปรียบเทียบได้ทันที | ไม่มีสาขา walk-in อู่ในเครือน้อยกว่าบริษัทดั้งเดิม |
| วิริยะ ประกันชั้น 1 | 9,000-30,000 บาท | ความเสียหายรถตัวเองตามเงื่อนไข คุ้มครองบุคคลที่สาม ไฟไหม้ ลักทรัพย์ | แบรนด์เป็นที่รู้จักในตลาดไทย อู่ซ่อมในเครือกว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ | ราคาสูงกว่าออนไลน์ insurer ต้องซื้อผ่าน agent หรือ broker |
| AXA ประกันชั้น 1 | 9,000-28,000 บาท | ความเสียหายรถตัวเองตามเงื่อนไข คุ้มครองบุคคลที่สาม ไฟไหม้ ลักทรัพย์ | แบรนด์ระดับโลก มาตรฐานสูง MyAXA app เคลมออนไลน์ได้ | ราคาสูงกว่า online insurtech ต้องซื้อผ่าน agent หรือ broker บางส่วน |
| กรุงเทพประกันภัย ชั้น 1 | 10,000-35,000 บาท | ความเสียหายรถตัวเองตามเงื่อนไข คุ้มครองบุคคลที่สาม ไฟไหม้ ลักทรัพย์ | ความน่าเชื่อถือสูง จากกลุ่มธนาคารกรุงเทพ บริการครบวงจร | ราคาค่อนข้างสูง ต้องซื้อผ่านสาขาหรือ agent |
ราคาอ้างอิงปี 2026 อาจแตกต่างตามรุ่นรถ จังหวัด และประวัติการเคลม
เมื่อดูเฉพาะเบี้ย Roojai มีช่วงเริ่มต้นต่ำสุดในข้อมูลชุดนี้ที่ประมาณ 8,000 บาทต่อปี และกรุงเทพประกันภัยมีช่วงสูงสุดในข้อมูลชุดนี้ที่ประมาณ 35,000 บาทต่อปี อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังไม่บอกทุนประกัน ประเภทซ่อม หรือข้อยกเว้นทั้งหมด
ความต่างสำคัญของ Roojai อยู่ที่ช่องทางออนไลน์และราคาที่ระบุว่าโปร่งใส เปรียบเทียบได้ทันที ข้อจำกัดที่ต้องดูควบคู่กันคือไม่มีสาขา walk-in และอู่ในเครือน้อยกว่าบริษัทดั้งเดิม หากให้ความสำคัญกับการจัดการผ่านระบบ ข้อมูลส่วนนี้อาจใช้เป็นปัจจัยประกอบการพิจารณา
วิริยะมีจุดเด่นด้านแบรนด์และเครือข่ายอู่ซ่อมในเครือกว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ ขณะเดียวกันข้อมูลแผนระบุว่าต้องซื้อผ่าน agent หรือ broker และราคาสูงกว่าออนไลน์ insurer จึงต้องเทียบทั้งราคาและความสะดวกด้านบริการพร้อมกัน
AXA เด่นด้านแบรนด์ระดับโลก มาตรฐานสูง และ MyAXA app สำหรับเคลมออนไลน์ได้ แต่ข้อมูลแผนระบุว่าบางส่วนต้องซื้อผ่าน agent หรือ broker ส่วนกรุงเทพประกันภัยมีบริการครบวงจรและความน่าเชื่อถือสูงจากกลุ่มธนาคารกรุงเทพ โดยมีข้อสังเกตเรื่องราคาค่อนข้างสูงและการซื้อผ่านสาขาหรือ agent
การอ่านตารางไม่ควรจบที่เบี้ยต่อปีเพียงช่องเดียว ควรเทียบทุนประกัน ประเภทซ่อม อู่ในเครือ บริการเคลม และข้อยกเว้นร่วมกัน เพราะสองแผนที่ราคาใกล้กันอาจให้ประสบการณ์หลังเกิดเหตุแตกต่างกันมาก

ชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้างเมื่อเทียบกับชั้นอื่น
หัวใจของประกันชั้น 1 คือการคุ้มครองความเสียหายรถตัวเองในหลายสถานการณ์ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ พร้อมความคุ้มครองบุคคลที่สาม ไฟไหม้ และลักทรัพย์ รายละเอียดจริงต่างกันตามบริษัท ทุนประกัน และเอกสารแนบท้าย
ถ้อยคำในข้อมูลแผนเกี่ยวกับความเสียหายรถตัวเองต้องอ่านควบคู่กับกรมธรรม์และข้อยกเว้นเสมอ ไม่ได้หมายถึงการคุ้มครองโดยไม่มีข้อจำกัด การเคลมยังต้องพิจารณาจากเหตุการณ์ หลักฐาน และเงื่อนไขที่ระบุไว้
เมื่อเทียบกับชั้น 2+ และ 3+ เหตุผลที่ชั้น 1 มักมีเบี้ยสูงกว่าคือขอบเขตความคุ้มครองรถตัวเองกว้างกว่า จากข้อมูลแผนที่มี ชั้น 2+ คุ้มครองซ่อมรถตัวเองกรณีชนกับยานพาหนะ รวมไฟไหม้ ลักทรัพย์ น้ำท่วมและภัยธรรมชาติในแผนที่ระบุ ส่วนชั้น 3+ คุ้มครองซ่อมรถตัวเองกรณีชนกับยานพาหนะและบุคคลที่สาม แต่ไม่ครอบคลุมบางภัย
ตัวอย่างลำดับราคาจากข้อมูล Roojai ช่วยให้เห็นภาพได้ชัด Roojai 3+ อยู่ประมาณ 3,000-8,000 บาทต่อปี Roojai 2+ อยู่ประมาณ 5,000-13,000 บาทต่อปี และ Roojai ชั้น 1 อยู่ประมาณ 8,000-25,000 บาทต่อปี ส่วนข้อมูลรวมแผนที่มีในบทความนี้ ชั้น 1 อยู่ประมาณ 8,000-35,000 บาทต่อปี
การเปรียบเทียบชั้นประกันจึงควรเริ่มจากความเสี่ยงที่ต้องการโอนให้บริษัทประกัน ไม่ใช่ดูราคาต่ำสุดอย่างเดียว ความคุ้มครองที่หายไป เช่น ไฟไหม้ ลักทรัพย์ ภัยธรรมชาติ หรือการชนสิ่งของ อาจมีผลต่อค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดเหตุจริง
| ประเภทประกัน | ตัวอย่างช่วงเบี้ยจากข้อมูลแผน | ลักษณะคุ้มครองเด่น | ข้อจำกัดโดยทั่วไปจากข้อมูลแผน |
|---|---|---|---|
| ชั้น 1 | 8,000-35,000 บาทต่อปีจากแผนชั้น 1 ที่มี | ความเสียหายรถตัวเองตามเงื่อนไข คุ้มครองบุคคลที่สาม ไฟไหม้ ลักทรัพย์ | เงื่อนไขรับประกันและข้อยกเว้นขึ้นกับบริษัท |
| ชั้น 2+ | 5,000-14,000 บาทต่อปีจากแผน 2+ ที่มี | ซ่อมรถตัวเองกรณีชนกับยานพาหนะ ไฟไหม้ ลักทรัพย์ น้ำท่วมและภัยธรรมชาติในแผนที่ระบุ | ไม่คุ้มครองรถตัวเองกรณีชนสิ่งของหรือชนกำแพงในบางแผน |
| ชั้น 3+ | 3,000-9,000 บาทต่อปีจากแผน 3+ ที่มี | ซ่อมรถตัวเองกรณีชนกับยานพาหนะ คุ้มครองบุคคลที่สาม ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล | ไม่คุ้มครองไฟไหม้ ลักทรัพย์ และภัยธรรมชาติในบางแผน |
ราคาอ้างอิงปี 2026 อาจแตกต่างตามรุ่นรถ จังหวัด และประวัติการเคลม

กรณีที่อาจไม่คุ้มครองหรือทำให้เคลมมีเงื่อนไขมากขึ้น
แม้เป็นประกันชั้น 1 ก็ยังต้องดูกรมธรรม์ เอกสารแนบท้าย และข้อยกเว้นของบริษัทประกันทุกครั้ง การพิจารณาค่าสินไหมขึ้นกับรายละเอียดเหตุการณ์ หลักฐาน และเงื่อนไขที่ระบุไว้ ไม่มีการรับประกันผลการเคลมล่วงหน้า
ใช้รถผิดประเภทจากที่แจ้งไว้ เช่น แจ้งใช้งานส่วนบุคคลแต่ใช้ในลักษณะเชิงพาณิชย์ อาจมีผลต่อการพิจารณาตามเงื่อนไขบริษัท
ใช้รถแข่งขัน ทดสอบความเร็ว ลากจูง หรือบรรทุกผิดเงื่อนไข เป็นกลุ่มเหตุการณ์ที่มักต้องตรวจข้อยกเว้นอย่างละเอียด
ขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตตามกฎหมาย หรือมีพฤติการณ์ที่ขัดต่อเงื่อนไขกรมธรรม์ อาจทำให้สิทธิความคุ้มครองเปลี่ยนไปตามข้อเท็จจริง
ดัดแปลงรถ ติดตั้งอุปกรณ์เพิ่ม หรือเปลี่ยนสภาพรถโดยไม่ได้แจ้งบริษัทประกัน อาจมีผลต่อวงเงินชดใช้หรือการพิจารณาอุปกรณ์เสริม
ภัยธรรมชาติ น้ำท่วม หรือความเสียหายเฉพาะชิ้นส่วน อาจมีหรือไม่มีความคุ้มครองขึ้นกับแผน เอกสารแนบท้าย และเงื่อนไขรายบริษัท
กรณีเมาแล้วขับหรือเกี่ยวข้องกับสารเสพติดต้องพิจารณาตามเงื่อนไขกรมธรรม์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เหตุการณ์ลักษณะนี้อาจกระทบสิทธิความคุ้มครองหรือการไล่เบี้ย ขึ้นกับข้อเท็จจริงและเอกสารในคดี
การดัดแปลงรถเป็นอีกจุดที่มักถูกมองข้าม เช่น เปลี่ยนล้อ เครื่องเสียง ชุดแต่ง หรืออุปกรณ์เสริมราคาแพง หากไม่ได้แจ้งบริษัทประกันตั้งแต่ต้น วงเงินชดใช้ในส่วนนั้นอาจไม่เป็นไปตามที่เจ้าของรถคาดหวัง
น้ำท่วมและภัยธรรมชาติไม่ควรสรุปจากคำว่าชั้น 1 เพียงอย่างเดียว บางแผนอาจมีความคุ้มครอง บางแผนอาจมีข้อจำกัด หรือบางกรณีอาจต้องซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมหากบริษัทมีให้
เอกสารสำคัญในการเคลมอาจรวมถึงใบขับขี่ รูปถ่าย รายงานประจำวัน ใบประเมินความเสียหาย หรือหลักฐานอื่นตามที่บริษัทกำหนด รายละเอียดเหล่านี้ทำให้เหตุการณ์คล้ายกันอาจมีผลพิจารณาต่างกัน
วิธีอ่านราคาให้ไม่หลงกับเบี้ยถูกอย่างเดียว
เริ่มจากดูว่าเบี้ยที่เห็นรวมภาษี อากร และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องแล้วหรือไม่ หากใบเสนอราคาไม่ระบุ ต้องตรวจจากช่องทางและบริษัทที่ออกเอกสาร
เทียบทุนประกันกับมูลค่ารถโดยประมาณ โดยบริษัทประกันเป็นผู้พิจารณาทุนและเงื่อนไขรับประกันตามหลักเกณฑ์ของตน
ตรวจประเภทการซ่อม รายชื่ออู่ในเครือ ระยะเวลานัดหมายซ่อม ช่องทางแจ้งเคลม แอปพลิเคชัน และศูนย์บริการ เพราะแผนที่เบี้ยใกล้กันอาจให้บริการต่างกัน
ดูค่าเสียหายส่วนแรกและเงื่อนไขเคลมไม่มีคู่กรณี เพราะเป็นส่วนที่มีผลต่อค่าใช้จ่ายหลังเกิดเหตุ และมักไม่เห็นชัดเมื่อดูเพียงราคาเริ่มต้น
ใช้กรอบเทียบ 4 ช่อง ได้แก่ เบี้ยต่อปี ความคุ้มครองหลัก ข้อจำกัดบริการ และข้อยกเว้น เพื่อให้การเปรียบเทียบอยู่บนข้อมูลมากกว่าชื่อบริษัทหรือราคาเพียงตัวเดียว
ตัวอย่างการอ่านราคาแบบระมัดระวังคือ แผนหนึ่งอาจเบี้ยต่ำกว่าเพราะมีเครือข่ายอู่จำกัดกว่า หรือเน้นบริการผ่านออนไลน์มากกว่าสาขา ขณะที่อีกแผนอาจเบี้ยสูงกว่าแต่มีอู่ในเครือจำนวนมากและมีตัวแทนช่วยประสานงาน
หากมีค่าเสียหายส่วนแรก ต้องดูว่าเกิดขึ้นในกรณีใดและจำนวนเท่าใดตามกรมธรรม์ เบี้ยที่ลดลงในวันทำประกันอาจตามมาด้วยค่าใช้จ่ายร่วมรับผิดชอบในวันเคลม
ราคาเฉพาะคันควรอ่านคู่กับเงื่อนไขรับประกัน ไม่ใช่เทียบจากภาพรวมของบริษัทเพียงอย่างเดียว รถอายุ รุ่นย่อย ประวัติเคลม พื้นที่ใช้งาน และประเภทซ่อม อาจทำให้ราคาจริงต่างจากช่วงตัวอย่างได้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเบี้ยชั้น 1
เพราะอาจต่างกันที่ปีรถ ทุนประกัน ประวัติการเคลม ผู้ขับขี่ พื้นที่ใช้งาน ประเภทซ่อม และเงื่อนไขรับประกันของบริษัท รถรุ่นเดียวกันจึงไม่ได้มีเบี้ยเท่ากันเสมอ
โดยทั่วไปชั้น 1 มักมีเบี้ยสูงกว่าเพราะขอบเขตคุ้มครองกว้างกว่า แต่ราคาเฉพาะคันขึ้นกับเงื่อนไขบริษัท ข้อมูลรถ ทุนประกัน และการรับประกัน ณ วันที่เสนอราคา
จากข้อมูลแผน Roojai ชั้น 1 มีช่วงเบี้ยประมาณ 8,000-25,000 บาทต่อปี แต่ราคาเฉพาะคันต้องตรวจจากเงื่อนไขรับประกันจริงและข้อมูลรถที่ใช้เสนอราคา
ช่องทางออนไลน์อาจเด่นด้านราคาโปร่งใสและเปรียบเทียบได้ทันที ขณะที่บริษัทดั้งเดิมอาจเด่นด้านสาขา เครือข่ายอู่ หรือบริการตัวแทน ทั้งหมดต้องเทียบกับข้อจำกัดของแต่ละแผน
ต้องดูเงื่อนไขกรมธรรม์และเอกสารแนบท้าย บางแผนอาจมี บางแผนอาจมีข้อจำกัดหรือให้ซื้อเพิ่ม หากข้อมูลแผนไม่ได้ระบุให้ถือว่าขึ้นกับเงื่อนไขของแต่ละบริษัท
ชั้น 1 มักเป็นประเภทที่ครอบคลุมความเสียหายรถตัวเองตามเงื่อนไข แต่ยังต้องผ่านการพิจารณาตามกรมธรรม์ หลักฐาน รายละเอียดเหตุการณ์ และข้อยกเว้น
ควรดูเบี้ยต่อปีพร้อมทุนประกัน ประเภทซ่อม อู่ในเครือ ช่องทางเคลม ค่าเสียหายส่วนแรก และข้อยกเว้น แผนที่ราคาใกล้กันอาจมีเงื่อนไขและบริการหลังเกิดเหตุต่างกัน
สรุปการประเมินเบี้ยก่อนตัดสินใจ
จากข้อมูลแผนในบทความนี้ ประกันชั้น 1 ราคาอยู่ประมาณ 8,000-35,000 บาทต่อปี โดย Roojai เริ่มประมาณ 8,000 บาทต่อปี วิริยะและ AXA เริ่มประมาณ 9,000 บาทต่อปี และกรุงเทพประกันภัยเริ่มประมาณ 10,000 บาทต่อปี
เบี้ยสูงหรือต่ำไม่ได้บอกคุณภาพทั้งหมด ต้องเทียบความคุ้มครอง เงื่อนไขรับประกัน ช่องทางบริการ อู่ในเครือ ค่าเสียหายส่วนแรก และข้อยกเว้นร่วมกันเสมอ
แผนแบบออนไลน์อาจเหมาะกับกรณีที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและการจัดการผ่านระบบ ส่วนแผนจากบริษัทดั้งเดิมอาจเหมาะกับกรณีที่ให้ความสำคัญกับเครือข่ายอู่หรือบริการผ่านตัวแทน ทั้งนี้ขึ้นกับเงื่อนไขรายบริษัทและข้อมูลรถแต่ละคัน
InsureGuru เป็นแหล่งข้อมูลเปรียบเทียบเพื่อการศึกษา ไม่ใช่นายหน้าประกันภัยหรือผู้เสนอขายกรมธรรม์ การทำประกันภัยควรอาศัยข้อมูลจากกรมธรรม์จริง ใบเสนอราคา และคำอธิบายจากตัวแทนหรือนายหน้าที่ได้รับใบอนุญาตจาก คปภ.
ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง