ประกันมอเตอร์ไซค์ชั้น 1 2026 มีจริงไหม คุ้มครองอะไร
สรุปภาพรวมชั้น 1 สำหรับมอเตอร์ไซค์ พร้อมเทียบ 2+ และ 3+ เพื่ออ่านเงื่อนไขก่อนตัดสินใจ
สรุป ประกันมอเตอร์ไซค์ ชั้น 1 2026 มีจริงไหม
- ประกันมอเตอร์ไซค์ ชั้น 1 มีอยู่ในตลาดประกันภาคสมัครใจ แต่ไม่ได้เปิดรับทุกคัน เงื่อนไขขึ้นกับบริษัท รุ่นรถ อายุรถ ประเภทการใช้งาน และทุนประกัน
- ความคุ้มครองหลักจากข้อมูลแผนที่มี ได้แก่ ซ่อมรถตัวเองทุกกรณีตามเงื่อนไขกรมธรรม์ คุ้มครองบุคคลที่สาม ไฟไหม้ และลักทรัพย์
- ช่วงเบี้ยชั้น 1 ตามข้อมูลที่มีอยู่ประมาณ 8,000 ถึง 35,000 บาทต่อปี โดยแต่ละบริษัทมีช่วงราคาต่างกัน
- ชั้น 1 มักมีเบี้ยสูงกว่า 2+ และ 3+ เพราะขอบเขตซ่อมรถตัวเองกว้างกว่า แต่ทุกความคุ้มครองยังมีเงื่อนไข ข้อยกเว้น และขั้นตอนพิจารณาสินไหม
- InsureGuru ไม่ใช่นายหน้าประกันภัยและไม่ได้เป็นผู้เสนอขายกรมธรรม์ เราให้ข้อมูลเปรียบเทียบเพื่อการศึกษาเท่านั้น การตัดสินใจทำประกันภัยควรปรึกษาตัวแทนหรือนายหน้าที่ได้รับใบอนุญาตจาก คปภ.
คำตอบสั้นที่สุดคือ ประกันมอเตอร์ไซค์ ชั้น 1 มีอยู่จริงในตลาดประกันภาคสมัครใจปี 2026 แต่ไม่ใช่รถมอเตอร์ไซค์ทุกคันจะเข้าเกณฑ์รับประกัน บริษัทประกันจะพิจารณาจากรุ่นรถ อายุรถ ประเภทการใช้งาน ทุนประกัน และหลักเกณฑ์รับประกันของแต่ละบริษัท
จากข้อมูลแผนที่มี Roojai ระบุเบี้ยประมาณ 8,000 ถึง 25,000 บาทต่อปี วิริยะประมาณ 9,000 ถึง 30,000 บาทต่อปี AXA ประมาณ 9,000 ถึง 28,000 บาทต่อปี และกรุงเทพประกันภัยประมาณ 10,000 ถึง 35,000 บาทต่อปี เบี้ยจริงอาจเปลี่ยนตามรายละเอียดรถและเงื่อนไขรับประกันในวันที่ขอราคา
ภาพรวมของชั้น 1 คือให้ขอบเขตคุ้มครองรถเอาประกันกว้างกว่าชั้นอื่น โดยรวมความเสียหายต่อตัวรถ ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ไฟไหม้ และลักทรัพย์ไว้ในแผนที่ระบุ อย่างไรก็ตาม คำว่า ชั้น 1 ไม่ได้หมายถึงอนุมัติสินไหมทุกเหตุการณ์ เพราะต้องพิจารณาตามเงื่อนไข ข้อยกเว้น เอกสารประกอบ และข้อเท็จจริงของเหตุที่เกิดขึ้น
ประกันมอเตอร์ไซค์ ชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง
จุดที่ทำให้ประกันมอเตอร์ไซค์ ชั้น 1 ต่างจากชั้น 2+ และ 3+ คือขอบเขตคุ้มครองรถเอาประกันที่กว้างกว่า โดยเฉพาะความเสียหายต่อตัวรถตามเงื่อนไขกรมธรรม์ วลีที่ต้องอ่านให้ครบคือ “ซ่อมรถตัวเองทุกกรณีตามเงื่อนไขกรมธรรม์” ซึ่งไม่ใช่การจ่ายสินไหมโดยไม่มีข้อจำกัด
ความคุ้มครองหลักจากแผนชั้น 1 ที่มีข้อมูลแบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ ซ่อมรถตัวเอง คุ้มครองบุคคลที่สาม ไฟไหม้ และลักทรัพย์ เช่น รถล้มเสียหายหรือเกิดอุบัติเหตุที่เข้าเงื่อนไข ความเสียหายต่อตัวรถจะถูกพิจารณาตามทุนประกัน ค่าเสียหายส่วนแรก เอกสารประกอบ และหลักเกณฑ์ของบริษัท
การเปรียบเทียบต้องแยก “รถตัวเอง” ออกจาก “บุคคลภายนอก” เพราะเป็นคนละวงเงินและคนละเงื่อนไข ความเสียหายต่อตัวรถดูที่ทุนประกันและเงื่อนไขซ่อม ส่วนความรับผิดต่อคู่กรณีดูที่วงเงินบุคคลที่สาม โดย Roojai ระบุวงเงินบุคคลที่สาม 10 ล้านบาท ส่วนบริษัทอื่นในข้อมูลที่มีไม่ได้ระบุตัวเลข จึงขึ้นกับเงื่อนไขของแต่ละบริษัท
ซ่อมรถตัวเองทุกกรณีตามเงื่อนไขกรมธรรม์ เป็นจุดต่างสำคัญของชั้น 1 เมื่อเทียบกับ 2+ และ 3+
คุ้มครองบุคคลที่สาม หมายถึงความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของผู้อื่นตามวงเงินและเงื่อนไขที่กำหนด
คุ้มครองไฟไหม้ สำหรับแผนชั้น 1 ที่ระบุความคุ้มครองนี้ โดยต้องตรวจสาเหตุและข้อยกเว้นในกรมธรรม์ประกอบ
คุ้มครองลักทรัพย์หรือรถหายตามเงื่อนไข การพิจารณาสินไหมมักเกี่ยวข้องกับเอกสารแจ้งความ กุญแจ และหลักฐานประกอบอื่น
ทุนประกันรถตัวเองและวงเงินบุคคลที่สามไม่ใช่เรื่องเดียวกัน จึงต้องตรวจทั้งสองส่วนเมื่อนำราคาแต่ละแผนมาเปรียบเทียบ

เทียบแผนชั้น 1 จากหลายบริษัทในตลาด
| บริษัท/แผน | ช่วงเบี้ยต่อปีโดยประมาณ | ความคุ้มครองเด่น | จุดเด่น | ข้อจำกัด | ช่องทางซื้อหรือบริการตามข้อมูลที่มี |
|---|---|---|---|---|---|
| Roojai ประกันชั้น 1 | 8,000 ถึง 25,000 บาท | ซ่อมรถตัวเองทุกกรณีตามเงื่อนไขกรมธรรม์ คุ้มครองบุคคลที่สาม 10 ล้านบาท ไฟไหม้ ลักทรัพย์ | มีช่องทางออนไลน์ตามข้อมูลแผน ราคาและรายละเอียดใช้เปรียบเทียบเบื้องต้นได้ทันทีเมื่อกรอกข้อมูลที่เกี่ยวข้อง | ไม่มีสาขา walk-in และอู่ในเครือน้อยกว่าบริษัทดั้งเดิมตามข้อมูลที่ระบุ | ช่องทางออนไลน์เป็นจุดเด่นหลัก |
| วิริยะ ประกันชั้น 1 | 9,000 ถึง 30,000 บาท | ซ่อมรถตัวเองทุกกรณีตามเงื่อนไขกรมธรรม์ คุ้มครองบุคคลที่สาม ไฟไหม้ ลักทรัพย์ | มีชื่อเสียงด้านแบรนด์และมีอู่ซ่อมในเครือกว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ | ราคาสูงกว่ากลุ่มออนไลน์ insurer ในข้อมูลที่มี และต้องซื้อผ่านตัวแทนหรือนายหน้า | เน้นเครือข่ายอู่และตัวแทน |
| AXA ประกันชั้น 1 | 9,000 ถึง 28,000 บาท | ซ่อมรถตัวเองทุกกรณีตามเงื่อนไขกรมธรรม์ คุ้มครองบุคคลที่สาม ไฟไหม้ ลักทรัพย์ | เป็นแบรนด์ระดับโลก มีบริการ MyAXA app และช่องทางเคลมออนไลน์ตามข้อมูลที่ระบุ | ราคาสูงกว่า online insurtech ในข้อมูลที่มี และบางส่วนต้องซื้อผ่านตัวแทนหรือนายหน้า | มีบริการผ่านแอป และบางส่วนผ่านตัวแทนหรือนายหน้า |
| กรุงเทพประกันภัย ชั้น 1 | 10,000 ถึง 35,000 บาท | ซ่อมรถตัวเองทุกกรณีตามเงื่อนไขกรมธรรม์ คุ้มครองบุคคลที่สาม ไฟไหม้ ลักทรัพย์ | มีชื่อเสียงจากกลุ่มธนาคารกรุงเทพและมีบริการหลายช่องทางตามข้อมูลที่ระบุ | ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับช่วงราคาในตาราง และต้องซื้อผ่านสาขาหรือตัวแทน | เน้นสาขา ตัวแทน และบริการครบวงจร |
ราคาอ้างอิงปี 2026 อาจแตกต่างตามรุ่นรถ จังหวัด และประวัติการเคลม

ต่างจากชั้น 2+ และ 3+ อย่างไร
| ประเภทประกัน | ขอบเขตซ่อมรถตัวเอง | ไฟไหม้และลักทรัพย์ | น้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติ | ช่วงเบี้ยต่อปีโดยประมาณ | ข้อสังเกต |
|---|---|---|---|---|---|
| ชั้น 1 | ซ่อมรถตัวเองทุกกรณีตามเงื่อนไขกรมธรรม์ | มีในแผนชั้น 1 ที่ระบุ | ขึ้นกับเงื่อนไขของแต่ละบริษัท | 8,000 ถึง 35,000 บาท | ขอบเขตกว้างกว่า แต่ต้องดูข้อยกเว้นและขั้นตอนสินไหม |
| ชั้น 2+ | ซ่อมรถตัวเองกรณีชนกับยานพาหนะ | มีในแผนที่ระบุ | มีในแผนที่ระบุ เช่น Roojai 2+ และแผน 2+ อื่นในข้อมูล | 5,000 ถึง 14,000 บาท | Roojai 2+ ไม่คุ้มครองรถตัวเองกรณีชนสิ่งของหรือชนกำแพง |
| ชั้น 3+ | ซ่อมรถตัวเองกรณีชนกับยานพาหนะ | ไม่คุ้มครองในข้อจำกัดของ Roojai 3+ | ไม่คุ้มครองภัยธรรมชาติในข้อจำกัดของ Roojai 3+ | 3,000 ถึง 9,000 บาท | อยู่ในกรอบการพิจารณาที่รับข้อจำกัดบางกรณีเพื่อแลกกับเบี้ยต่ำกว่า |
ราคาอ้างอิงปี 2026 อาจแตกต่างตามรุ่นรถ จังหวัด และประวัติการเคลม
แกนเปรียบเทียบสำคัญอยู่ที่ขอบเขตซ่อมรถตัวเอง ชั้น 1 ให้ขอบเขตกว้างกว่า ส่วน 2+ และ 3+ จำกัดเหตุการณ์มากกว่า จึงมักมีเบี้ยต่ำกว่าตามข้อมูลที่มีอยู่
ชั้น 2+ ในข้อมูลระบุความคุ้มครองซ่อมรถตัวเองกรณีชนกับยานพาหนะ พร้อมไฟไหม้ ลักทรัพย์ น้ำท่วม และภัยธรรมชาติในแผนที่ระบุ แต่ไม่ควรสรุปว่าเทียบเท่าชั้น 1 เพราะ Roojai 2+ ระบุข้อจำกัดว่าไม่คุ้มครองรถตัวเองกรณีชนสิ่งของหรือชนกำแพง
ชั้น 3+ เน้นคุ้มครองรถตัวเองเมื่อชนกับยานพาหนะ คุ้มครองบุคคลที่สาม และประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล จากข้อจำกัดของ Roojai 3+ แผนนี้ไม่คุ้มครองไฟไหม้ ลักทรัพย์ และภัยธรรมชาติ การอ่านตารางจึงต้องดูทั้งช่วงเบี้ย 3,000 ถึง 9,000 บาทต่อปีและเหตุการณ์ที่อยู่นอกความคุ้มครอง
อะไรที่มักไม่คุ้มครองและข้อยกเว้นที่ควรอ่านก่อน
ทุกความคุ้มครองมีเงื่อนไขและข้อยกเว้น การมีคำว่าชั้น 1 ไม่ได้ทำให้การพิจารณาสินไหมผ่านโดยอัตโนมัติ เหตุการณ์จริงต้องตรวจจากกรมธรรม์ เอกสารประกอบ และข้อเท็จจริงของการเกิดเหตุ
ใช้รถผิดประเภทจากที่แจ้งไว้ เช่น แจ้งใช้งานส่วนบุคคลแต่ใช้รับจ้างหรือใช้งานเชิงพาณิชย์ รายละเอียดสุดท้ายขึ้นกับกรมธรรม์ของแต่ละบริษัท
นำรถไปแข่งขัน ทดสอบความเร็ว หรือใช้ในกิจกรรมที่บริษัทระบุเป็นข้อยกเว้น กลุ่มนี้มักกระทบการพิจารณาสินไหมโดยตรง
ดัดแปลงสภาพรถหรือเพิ่มอุปกรณ์ตกแต่งโดยไม่แจ้งบริษัท อาจทำให้วงเงินหรือความคุ้มครองอุปกรณ์บางส่วนไม่เป็นไปตามที่คาด
ไม่มีเอกสารประกอบการเคลมตามที่บริษัทกำหนด เช่น ใบแจ้งความ หลักฐานการเกิดเหตุ ภาพถ่าย หรือเอกสารรถในกรณีรถหาย
ชั้น 3+ ของ Roojai ไม่คุ้มครองไฟไหม้ ลักทรัพย์ และภัยธรรมชาติ ตามข้อจำกัดของแผนที่ระบุ
ชั้น 2 ของ Roojai ไม่คุ้มครองซ่อมรถตัวเองกรณีชน และไม่คุ้มครองน้ำท่วม แม้มีไฟไหม้ ลักทรัพย์ บุคคลที่สาม และประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล
ชั้น 2+ ของ Roojai ไม่คุ้มครองรถตัวเองกรณีชนสิ่งของหรือชนกำแพง แม้มีความคุ้มครองไฟไหม้ น้ำท่วม และซ่อมกรณีชนกับยานพาหนะ
จุดที่ต้องอ่านในเล่มกรมธรรม์ไม่ได้มีแค่ตารางความคุ้มครอง แต่รวมถึงนิยามคำว่าอุบัติเหตุ ยานพาหนะ คู่กรณี อุปกรณ์ตกแต่ง และค่าเสียหายส่วนแรก นิยามเหล่านี้เป็นตัวกำหนดว่าเหตุการณ์หนึ่งจะถูกจัดเข้าหมวดใดในการพิจารณาสินไหม
ขั้นตอนแจ้งเหตุกระทบการเคลมโดยตรง เช่น ต้องแจ้งภายในระยะเวลาที่บริษัทกำหนด ต้องมีหลักฐานใดบ้าง และกรณีไม่มีคู่กรณีต้องดำเนินการอย่างไร รายละเอียดเหล่านี้ขึ้นกับเงื่อนไขของแต่ละบริษัท

เบี้ยประกันและเงื่อนไขรับประกันขึ้นกับอะไร
เบี้ยที่อ้างอิงในบทความนี้ใช้เฉพาะข้อมูลแผนที่มีอยู่เท่านั้น ส่วนเบี้ยจริงขึ้นกับรุ่นรถ อายุรถ ทุนประกัน ประเภทการใช้งาน พื้นที่ใช้งาน ประวัติการเคลม และเงื่อนไขซ่อมของแต่ละบริษัท
เมื่อดูเป็นกลุ่ม ชั้น 1 อยู่ที่ประมาณ 8,000 ถึง 35,000 บาทต่อปี ชั้น 2+ ประมาณ 5,000 ถึง 14,000 บาทต่อปี ชั้น 3+ ประมาณ 3,000 ถึง 9,000 บาทต่อปี และชั้น 2 ของ Roojai ประมาณ 3,500 ถึง 9,000 บาทต่อปี ตัวเลขเหล่านี้ใช้เพื่อเห็นช่วงราคา ไม่ใช่ราคาเฉพาะราย
ข้อมูลหรือเอกสารที่มักเกี่ยวข้องกับการขอราคา ได้แก่ รายละเอียดรถ เลขทะเบียน สำเนาเล่มหรือข้อมูลรถ ภาพถ่ายรถ และข้อมูลผู้ขับขี่ แต่รายการที่ต้องใช้จริงขึ้นกับขั้นตอนของแต่ละบริษัท
เปรียบเทียบทุนประกันรถตัวเองควบคู่กับวงเงินบุคคลที่สาม ไม่ดูเฉพาะเบี้ยรายปี
ตรวจเงื่อนไขซ่อมห้างหรือซ่อมอู่ เพราะมีผลต่อราคาและขั้นตอนซ่อมหลังเกิดเหตุ
ดูเครือข่ายอู่และช่องทางแจ้งเคลม เช่น ออนไลน์ แอป สาขา ตัวแทน หรือนายหน้า
อ่านข้อยกเว้นเกี่ยวกับการใช้งานรถ การดัดแปลง และเอกสารประกอบการเคลม
ใช้ราคาเป็นเพียงหนึ่งปัจจัยร่วมกับวงเงิน บริการ และข้อจำกัดของแผน
คำถามที่พบบ่อย
มีในตลาดประกันภาคสมัครใจบางแผน แต่การรับประกันขึ้นกับบริษัท รุ่นรถ อายุรถ ประเภทการใช้งาน ทุนประกัน และเงื่อนไขที่กำหนด ไม่ได้เปิดรับรถทุกคันเสมอไป
ชั้น 1 จากข้อมูลแผนที่มีระบุซ่อมรถตัวเองทุกกรณีตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ส่วน 2+ ซ่อมรถตัวเองกรณีชนกับยานพาหนะ และมีไฟไหม้ ลักทรัพย์ น้ำท่วม หรือภัยธรรมชาติตามแผนที่ระบุ
แผนชั้น 1 ในข้อมูลที่มีระบุไฟไหม้และลักทรัพย์ แต่การจ่ายสินไหมขึ้นกับเงื่อนไข เอกสารประกอบ เหตุการณ์จริง และข้อยกเว้นในกรมธรรม์ของแต่ละบริษัท
เพราะขอบเขตซ่อมรถตัวเองกว้างกว่าในข้อมูลแผนที่ให้ไว้ ขณะที่ 3+ จำกัดซ่อมรถตัวเองเฉพาะกรณีชนกับยานพาหนะ และบางแผนไม่คุ้มครองไฟไหม้ ลักทรัพย์ หรือภัยธรรมชาติ
จากข้อมูลที่มี Roojai ระบุช่องทางออนไลน์ ส่วนบางบริษัทต้องซื้อผ่านตัวแทน นายหน้า หรือสาขาตามข้อมูลที่ระบุ ช่องทางจริงขึ้นกับแต่ละบริษัท
วิธีอ่านตารางเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ
ตรวจความคุ้มครองรถตัวเองว่าเป็นชั้น 1, 2+ หรือ 3+ และจำกัดเหตุการณ์ใดบ้าง
ดูวงเงินความรับผิดต่อบุคคลที่สามควบคู่กับทุนประกันรถตัวเอง
เช็กไฟไหม้ ลักทรัพย์ น้ำท่วม และภัยธรรมชาติ เพราะแต่ละชั้นให้ขอบเขตไม่เท่ากัน
เปรียบเทียบเครือข่ายอู่ ช่องทางแจ้งเคลม แอป สาขา ตัวแทน หรือนายหน้า
อ่านข้อจำกัดของบริษัทและเอกสารที่ต้องใช้ในการเคลม ไม่ดูเฉพาะเบี้ยต่อปี
ตัวเลขเบี้ยและความคุ้มครองในบทความอิงจากข้อมูลแผนที่มีอยู่ ส่วนรายละเอียดจริงอาจเปลี่ยนตามเงื่อนไขรับประกันและกรมธรรม์ของแต่ละบริษัท InsureGuru ไม่ใช่นายหน้าประกันภัยและไม่ได้เป็นผู้เสนอขายกรมธรรม์ เราให้ข้อมูลเปรียบเทียบเพื่อการศึกษาเท่านั้น การตัดสินใจทำประกันภัยควรปรึกษาตัวแทนหรือนายหน้าที่ได้รับใบอนุญาตจาก คปภ.
ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง