ประกันรถยนต์ระยะสั้น 7 วัน ราคาเท่าไหร่ 2026 ใช้ตอนไหนคุ้ม
คู่มืออ่านใบเสนอราคาแบบสั้น ๆ โดยไม่สรุปจากเบี้ยรายปี พร้อมเทียบชั้น 1, 2+, 3+ และชั้น 2 จากข้อมูลอ้างอิง
- ประกันรถยนต์ระยะสั้น 7 วัน ราคาใน 2026 ไม่มีราคากลางที่ใช้ได้ทุกบริษัท และข้อมูล PLAN FACTS ในบทความนี้เป็นเบี้ยรายปีเท่านั้น จึงไม่ควรนำเบี้ยรายปีมาหาร 52 สัปดาห์แบบตรงตัว
- ราคาจริงอาจขึ้นกับเบี้ยขั้นต่ำ ค่าดำเนินการ ประเภทความคุ้มครอง ทุนประกัน อายุรถ รุ่นรถ พื้นที่ใช้งาน และเงื่อนไขผู้ขับของแต่ละบริษัท
- กรณีที่มักถูกพิจารณาเป็นความคุ้มครองระยะสั้น ได้แก่ รับส่งรถ ทดลองใช้รถ ขับรถที่จอดไว้นาน ใช้รถเฉพาะกิจ หรือช่วงรอกำหนดต่อประกันรายปี
- จุดที่ต้องตรวจให้ชัดคือวันและเวลาที่เริ่มคุ้มครอง ชั้นประกันที่ได้รับ เอกสารยืนยันความคุ้มครอง และข้อยกเว้นเมื่อเกิดเหตุ
- InsureGuru ไม่ใช่นายหน้าประกันภัยและไม่ได้เป็นผู้เสนอขายกรมธรรม์ เราให้ข้อมูลเปรียบเทียบเพื่อการศึกษาเท่านั้น การตัดสินใจทำประกันภัยควรปรึกษาตัวแทนหรือนายหน้าที่ได้รับใบอนุญาตจาก คปภ.
ประกันรถยนต์ระยะสั้น 7 วัน ราคาเกี่ยวกับอะไรบ้าง
คำว่า ประกันรถยนต์ระยะสั้น 7 วัน ราคา ต้องอ้างอิงใบเสนอราคาจากบริษัทที่ออกความคุ้มครองแบบ 7 วันจริง เพราะตลาดไทยไม่ได้มีราคามาตรฐานเดียวกันทุกบริษัท บางแห่งอาจมีเฉพาะบางผลิตภัณฑ์ บางช่องทาง หรือบางแคมเปญเท่านั้น
ความคุ้มครองแบบ 7 วันมีระยะเวลาสั้นกว่ากรมธรรม์รายปี แต่ไม่ได้หมายความว่าเงื่อนไขทุกข้อจะถูกย่อจากรายปีตามสัดส่วนเวลา รถคันเดียวกันอาจมีเบี้ยต่างกันเมื่อเลือกระหว่างชั้น 1, 2+, 3+ หรือชั้น 2 เพราะขอบเขตคุ้มครองรถคันเอาประกันไม่เท่ากัน
ปัจจัยที่มักมีผลต่อราคาคือประเภทประกัน ทุนประกัน ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก รุ่นและอายุรถ พื้นที่ใช้งาน ประวัติผู้ขับ ช่วงเวลาที่ต้องการให้คุ้มครอง และเงื่อนไขการระบุชื่อผู้ขับ หากไม่มีใบเสนอราคาแบบ 7 วันจากบริษัทโดยตรง คำตอบที่ปลอดภัยคือราคาขึ้นกับเงื่อนไขของแต่ละบริษัท ไม่ควรสรุปจากค่าเฉลี่ยที่ไม่ได้ระบุกรมธรรม์

เทียบแผนรายปีเพื่อใช้เป็นฐานดูความต่างของความคุ้มครอง
ตารางนี้เป็นเบี้ยรายปีตาม PLAN FACTS ไม่ใช่ราคา 7 วัน จึงใช้ได้ในฐานะตัวอย่างเพื่อดูระดับเบี้ยและขอบเขตความคุ้มครองเท่านั้น ราคาความคุ้มครองช่วงสั้นอาจไม่ได้ลดลงตามสัดส่วนเวลา เพราะบริษัทอาจกำหนดเบี้ยขั้นต่ำหรือเกณฑ์รับประกันภัยเฉพาะ
เมื่อเทียบข้ามชั้นประกัน ชั้น 1 มักมีขอบเขตกว้างกว่าเพราะรวมซ่อมรถตัวเองทุกกรณีตามเงื่อนไข ส่วน 2+ และ 3+ จำกัดเหตุซ่อมรถตัวเองมากกว่า เบี้ยรายปีในข้อมูลอ้างอิงจึงมักต่ำกว่า
| แผนอ้างอิง | เบี้ยตาม PLAN FACTS | จุดคุ้มครองหลัก | ข้อจำกัดที่ต้องอ่าน |
|---|---|---|---|
| Roojai ประกันชั้น 1 | ประมาณ 8000-25000 บาท/ปี | ซ่อมรถตัวเองทุกกรณี บุคคลที่สาม 10 ล้าน ไฟไหม้ ลักทรัพย์ | ไม่มีสาขา walk-in อู่ในเครือน้อยกว่าบริษัทดั้งเดิม |
| วิริยะ ประกันชั้น 1 | ประมาณ 9000-30000 บาท/ปี | ซ่อมรถตัวเองทุกกรณี บุคคลที่สาม ไฟไหม้ ลักทรัพย์ | ราคาสูงกว่าออนไลน์ insurer ต้องซื้อผ่าน agent หรือ broker |
| Roojai ประกันชั้น 2+ | ประมาณ 5000-13000 บาท/ปี | ชนกับยานพาหนะ ไฟไหม้ ลักทรัพย์ น้ำท่วมและภัยธรรมชาติ | ไม่คุ้มครองรถตัวเองกรณีชนสิ่งของหรือชนกำแพง |
| วิริยะ ประกันชั้น 3+ | ประมาณ 3500-8000 บาท/ปี | ชนกับยานพาหนะ บุคคลที่สาม อุบัติเหตุส่วนบุคคล | ต้องซื้อผ่าน agent ราคาสูงกว่า online insurer เล็กน้อย |
| Roojai ประกันชั้น 2 | ประมาณ 3500-9000 บาท/ปี | ไฟไหม้ ลักทรัพย์ บุคคลที่สาม อุบัติเหตุส่วนบุคคล | ไม่คุ้มครองซ่อมรถตัวเองกรณีชน และไม่คุ้มครองน้ำท่วม |
ราคาอ้างอิงปี 2026 อาจแตกต่างตามรุ่นรถ จังหวัด และประวัติการเคลม
ใช้รถไม่กี่วัน แบบไหนที่อาจพิจารณาความคุ้มครองระยะสั้น
รับรถไปตรวจสภาพหรือซ่อมต่ออีกแห่ง กรณีนี้ต้องดูว่ากรมธรรม์เริ่มคุ้มครองก่อนนำรถออกจากจุดจอดหรือไม่ เพราะหากเอกสารเริ่มหลังเวลาเกิดเหตุ อาจไม่เข้าเงื่อนไขความคุ้มครอง
ทดลองขับหรือทดลองใช้งานรถในช่วงสั้น ๆ กรณีนี้ควรแยกให้ชัดว่าต้องการคุ้มครองเฉพาะความเสียหายต่อบุคคลภายนอก หรือรวมความเสียหายของรถคันเอาประกันด้วย
ขนย้ายรถระหว่างจังหวัด เช่น นำรถกลับบ้าน นำรถไปขาย หรือนำรถไปจอดเก็บต่างพื้นที่ ความเสี่ยงไม่ได้มีแค่การชนระหว่างทาง แต่ยังอาจมีไฟไหม้ ลักทรัพย์ น้ำท่วม หรือภัยธรรมชาติ ซึ่งแต่ละชั้นประกันคุ้มครองไม่เหมือนกัน
รถที่จอดนานและนำออกมาใช้ชั่วคราว หากกังวลเรื่องไฟไหม้และลักทรัพย์ แผนชั้น 2 ตามข้อมูลอ้างอิงมีจุดเด่นด้านนี้ แต่ไม่ได้คุ้มครองซ่อมรถตัวเองกรณีชน ส่วน 2+ เพิ่มกรณีชนกับยานพาหนะตามเงื่อนไขของแผน
ช่วงรอกำหนดต่อประกันรายปี หากการใช้งานรถต่อเนื่องหลายเดือน เบี้ยรายปีอาจให้ความต่อเนื่องและขอบเขตที่ชัดเจนกว่า แต่การเปรียบเทียบต้องดูใบเสนอราคาจริงของบริษัท ไม่ใช่ดูเฉพาะค่าเบี้ยรายปีในตาราง

อะไรไม่คุ้มครองและข้อยกเว้นที่มักถูกมองข้าม
ประกันระยะสั้นไม่ได้หมายถึงรับความเสี่ยงทุกเหตุการณ์ ทุกความคุ้มครองมีเงื่อนไขตามกรมธรรม์ เช่น วันที่และเวลาคุ้มครองต้องตรงกับวันที่เกิดเหตุ ผู้ขับต้องอยู่ในเงื่อนไขที่ระบุ และเหตุการณ์ต้องอยู่ในขอบเขตของชั้นประกันนั้น
แผน 3+ ตามข้อมูลอ้างอิงคุ้มครองซ่อมรถตัวเองเมื่อชนกับยานพาหนะ แต่ไม่ได้แปลว่าคุ้มครองการชนทุกแบบ เช่น Roojai 3+ ไม่คุ้มครองไฟไหม้ ลักทรัพย์ และภัยธรรมชาติ
แผน 2 ตามข้อมูลอ้างอิงคุ้มครองไฟไหม้และลักทรัพย์ แต่ไม่คุ้มครองซ่อมรถตัวเองกรณีชน และ Roojai ชั้น 2 ไม่คุ้มครองน้ำท่วม จึงต้องระวังหากใช้รถช่วงฝนหนักหรือพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม
แผน 2+ อาจดูใกล้เคียงชั้น 1 ในบางจุด แต่ข้อจำกัดสำคัญคือการซ่อมรถตัวเองมักผูกกับกรณีชนกับยานพาหนะ เช่น Roojai ชั้น 2+ ไม่คุ้มครองรถตัวเองกรณีชนสิ่งของหรือชนกำแพง
หากเป็นความคุ้มครองแบบ 7 วัน ต้องอ่านช่วงเวลาเริ่มและสิ้นสุดให้ละเอียด เพราะเหตุที่เกิดก่อนเวลาเริ่มคุ้มครองหรือหลังหมดช่วงคุ้มครอง อาจไม่อยู่ในเงื่อนไขกรมธรรม์

เช็กราคาอย่างไรไม่ให้เข้าใจผิด
ก่อนอ่านตัวเลขราคา ต้องแยกให้ชัดว่าใบเสนอราคาที่ได้รับเป็นความคุ้มครองระยะเวลา 7 วันจริง หรือเป็นเบี้ยรายปีที่แบ่งจ่าย เพราะสองแบบนี้ให้สิทธิและระยะเวลาคุ้มครองต่างกัน การแบ่งจ่ายรายปีไม่ได้ทำให้กรมธรรม์กลายเป็นประกันระยะสั้นโดยอัตโนมัติ
เอกสารที่ควรตรวจมีวันและเวลาที่เริ่มคุ้มครอง ทุนประกัน ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก รายชื่อผู้ขับ อู่ซ่อม เงื่อนไขค่าเสียหายส่วนแรก และเอกสารที่ต้องใช้เมื่อเกิดเหตุ ตัวอย่างเช่น หากระบุผู้ขับไว้เฉพาะบางคน แต่ผู้ขับขณะเกิดเหตุไม่ตรงตามเงื่อนไข ผลการพิจารณาความคุ้มครองอาจต่างจากที่คาดไว้
หากเทียบกับแผนรายปี ให้ใช้ PLAN FACTS เป็นเพียงฐานดูระดับราคา เช่น ชั้น 1 ในข้อมูลนี้อยู่ประมาณ 8000-30000 บาท/ปีตามบริษัทที่มีในชุดข้อมูล ส่วนราคา 7 วันต้องอ้างอิงใบเสนอราคาจริงของแต่ละบริษัทเท่านั้น
คำถามที่พบบ่อย
ไม่จำเป็นต้องมีทุกบริษัท เงื่อนไขขึ้นกับผลิตภัณฑ์ ช่องทางจำหน่าย แคมเปญ และเกณฑ์รับประกันภัยของแต่ละแห่ง จึงต้องตรวจจากเอกสารเสนอราคาหรือเอกสารคุ้มครองที่ออกโดยบริษัท
ไม่ควรสรุปแบบนั้น เพราะอาจมีเบี้ยขั้นต่ำ ค่าดำเนินการ และเงื่อนไขรับประกันภัยเฉพาะ ข้อมูลรายปีใช้ดูระดับราคาและขอบเขตความคุ้มครองได้ แต่ไม่ใช่สูตรคำนวณราคา 7 วัน
ต้องดูวันที่และเวลาคุ้มครองในเอกสารกรมธรรม์หรือใบรับรองประกันภัยเป็นหลัก บางกรณีอาจเริ่มตามเวลาที่ระบุไว้ ไม่ใช่ตามเวลาที่ชำระเงินหรือส่งข้อมูล
โดยหลักต้องดูอายุรถและเกณฑ์รับประกันภัยของบริษัท แผน 2, 2+ หรือ 3+ มักถูกใช้เปรียบเทียบกับรถที่ไม่ต้องการชั้น 1 แต่ขอบเขตคุ้มครองต่างกัน โดยเฉพาะเรื่องซ่อมรถตัวเอง ไฟไหม้ ลักทรัพย์ และน้ำท่วม
สรุปการอ่านราคาและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจ
การประเมินประกันรถยนต์แบบ 7 วันต้องยึดใบเสนอราคาจริงของบริษัทเป็นหลัก เพราะข้อมูลอ้างอิงในบทความนี้เป็นเบี้ยรายปีตาม PLAN FACTS เท่านั้น การเปรียบเทียบจึงควรดูราคา ระยะเวลาคุ้มครอง ประเภทแผน ทุนประกัน ผู้ขับ และข้อยกเว้นร่วมกัน
ถ้าต้องใช้รถเพียงช่วงสั้น ๆ ความคุ้มครองระยะสั้นอาจช่วยปิดช่องว่างบางสถานการณ์ได้ แต่ต้องตรวจว่าเหตุที่กังวลอยู่ในเงื่อนไขจริงหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีชนสิ่งของ ไฟไหม้ ลักทรัพย์ น้ำท่วม และช่วงเวลาเริ่มคุ้มครอง
ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง